Bustuarius Gladiator มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ?

Gladiator คือ นักสู้ระดับมืออาชีพ ซึ่งต่อสู้เพื่อความตายในการแสดงท่ามกลางผู้ชมมากมายแห่งยุคโรมัน โดยรูปแบบของปรากฏการณ์นี้ที่ได้รับความนิยมไปทั่วกรุงโรม ซึ่งรากเหง้าของการแสดงมาจากชนเผ่า Etruria อันเป็นการแสดงที่เกิดขึ้นบนหลุมฝังศพ พวกทาสจะสวมหน้ากากและลงไปแข่งขันในสนามกีฬา อีกทั้งยังมีผู้ฝึกสอนเหล่า Gladiator ในสมัยโบราณซึ่งมีชื่อว่า Lanista หมายถึงคนขายเนื้อหรือเพชฌฆาตนั่นเอง

สำหรับเกม Gladiatorial เหล่านี้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขึ้นอยู่กับการอยู่รอด โดยทาสกับนักโทษที่กระทำความผิดขั้นร้ายแรงจะได้รับการฝึกฝนและลงแข่งในสนาม ในยุคเริ่มต้นมันคือการแสดงต่อหน้า หลุมฝังศพของหัวหน้าเผ่าที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จัดเป็นการฝึกฝนซึ่งถูกบันทึกไว้ในตำนานของชาวกรีกโรมันกับสแกนดิเนเวีย ที่ดำเนินมาถึงในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 แม้กระทั่งกรุงโรมเองก็ตาม พวกเขาต่างถูกกักขังอยู่ในงานศพเป็นเวลานานเพื่อทำงานแสดง สร้างความบันเทิงให้แก่แขกที่มาร่วมงาน ทำให้ชื่อเรียกในสมัยโบราณของพวกเขา คือ Bustuarius พวกเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงสาธารณะที่ขาดไม่ได้ ดั่งเช่น โรงละครหรือคณะละครสัตว์

Bustuarius คือชื่อที่ใช้เรียกขานเหล่านักสู้ในสมัยกรุงโรมโบราณ ซึ่งต่อสู้กับ Bustum หรือกองกำลังของผู้เสียชีวิตในพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ในตอนแรกพวกเขาต้องผ่านการฝึกฝน ทั้งเรื่องการเสียสละ รวมทั้งการเป็นเชลยบนหลุมฝังศพหรือป้อมปราการของนักรบ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมกรีก โดยเลือดของพวกเขาจะถูกนำมาเป็นเครื่องสังเวย เพื่อใจเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายและต้องการทำให้พวกเขาเป็นสิ่งของบูชาต่อซากศพของผู้ตาย

ในยุคต่อมาผู้คนต่างประณามประเพณีนี้ว่ามีความป่าเถื่อนเกินไป ด้วยเหตุนี้ประเพณีโบราณนี้ จึงได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง เขาได้กำหนดให้ Gladiator ต่อสู้อย่างมีความเป็นธรรมมากขึ้น อีกทั้งยังไม่ได้เสียชีวิตอย่างง่ายๆตามที่เป็นมาในพิธีดั้งเดิม เพราะมีการไว้ชีวิตบ้าง , ถูกไล่ออกจากสนามบ้าง ไม่ได้จบลงด้วยความตายเพียงอย่างเดียวเหมือนในสมัยก่อน โดยมีตำนานเล่าขานกันมาว่า Valerius Maximus , Florus Marcus และ Decimus บุตรของ Brutus เป็นคนแรกที่ Rome ให้เกียรติจัดงานศพของพ่อของพวกเขาด้วยการต่อสู้แบบนี้ ในกรุงปีโรม ค.ศ. 489 โดยนักเขียนบางคนในศตวรรษก่อนกล่าวอ้างว่า ชาวโรมันยืมประเพณีนี้มาจากชาว Etrurians ถึงแม้ว่าหลักฐานจะชี้ชัดไปยัง Campania กับอิทธิพลของชาวปาเลสไตน์ จึงทำให้ชาวกรีกยืมประเพณีนี้มาตั้งแต่ชาวกรีกเข้ามาตั้งถิ่นฐานใน Campania ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 เป็นต้นมา