ประวัติของ Saladin ผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบ

ประวัติของ Saladin ผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบ

เรียนรู้ประวัติของ Saladin             Saladin หรือชื่อที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการคือ เศาะลาฮุดดิน อัลอัยยูบี เกิดเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1137 ในบริเวณตำบลติกริต ที่ปัจจุบันคือประเทศอิรัก จัดว่าเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ทำการปกครองมุสลิมที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก เป็นสุลต่านที่ทำการปกครองเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ เยเมน ซีเรีย และปาเลสไตน์ เป็นผู้ที่ทำการก่อตั้งราชวงศ์อัยยูบีย์ เขาเกิดในครอบครัวของชาวเคิร์ต คืนที่เขาได้เกิดพ่อของตัวเขาได้ทำการรวมคนในครอบครัวเพื่อเดินทางไปยังเมืองอะเลปโปเพราะว่าต้องเดินทางไปรับใช้อิมาคุดดิน ซางกี ผู้ที่ปกครองชาวเคิร์กซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจอยู่บริเวณซีเรียตอนเหนือ ตัวเขาเองได้เติบโตขึ้นมาในเมืองบาอัลบักกับเมืองดามัสกัส แต่เริ่มเดิมที Saladin ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของศาสนามากกว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทหาร ตัวเขาเองได้เริ่มต้นอาชีพอย่างเป็นจริงเป็นจังครั้งแรกตอนที่เขาได้มีโอกาสเข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ของอะซัดคุดดิน ชิรกูห์ มีฐานะเป็นลุงของเขาแถมยังเป็นผู้บัญชาการทางทหารคนสำคัญของเจ้าชายนูรุดดินทายาทของผู้สืบตระกูลซางกีด้วย นั่นทำให้เขาได้รับประสบการณ์ต่างๆ มากมายระหว่างการไปออกรบทั้งหมด 3 ครั้งที่อียิปต์ซึ่งอยู่ในการดูแลของชิรกูห์เพื่อเป็นการป้องกันการโดนรุกรานจากพวกครูเสด             จากตรงจุดนี้ทำให้เขามีนโยบายในการส่งเสริมให้มีการเติบโตรวมถึงการแผ่ขยายอาณาเขตของชาวมุสลิม ให้การอุปการะรวมถึงเผยแพร่คำสอนของศาสนาอิสลาม สร้างโรงเรียน มัสยิด ต่างๆ มากมายพยายามเร่งเร้าให้นักวิชาการต่างๆ เขียนงานวิชาการที่มีคุณภาพออกมา ฟื้นฟูในส่วนของกำลังใจรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วไปด้วย เขาค่อนข้างประสบความสำเร็จสำหรับการเปลี่ยนขั้วอำนาจให้ทหารเป็นผู้ได้เปรียบ เขาสามารถจัดการกับกองกำลังที่ไร้ระเบียบวินัยได้มากกว่าปกติเมื่อเขามีการใช้เทคนิคทางการทหารใหม่ๆ เข้ามาช่วยเหลือ พอกำลังทหารของเขามีความแข็งแกร่งมากพอที่จะปะทะกับกองทัพของครูเสดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1187 Saladin ก็สามารถทำลายกองกำลังข้าศึกได้สำเร็จพร้อมทั้งยึดที่ดินบางส่วนของปาเลสไตน์ตอนเหนือเอาไว้ได้ด้วย             จากสงครามครั้งดังกล่าวทำให้เขาสามารถที่จะพากองทัพไปยึดราชอาณาจักรเยรูซาเล็มได้เกือบทั้งหมด หลายๆ เมืองได้ตกอยู่ในกองกำลังของมุสลิมภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขายึดได้ก็มีการปฏิบัติต่อชาวเมืองอย่างเป็นมิตร ซึ่งการทำศึกหลายๆ ครั้งของ Saladin นี่เองที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบอย่างแท้จริง เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1193 ถือว่าเป็นคนสำคัญในประวัติศาสตร์อีกคนหนึ่ง

ประวัติของ Richard ที่ 1

ประวัติของ Richard ที่ 1

            สำหรับผู้ที่รักในการศึกษาประวัติศาสตร์โลกก็ย่อมที่จะรู้กันดีอยู่แล้วว่าโลกของเราตั้งแต่อดีตนับว่ามีผู้นำที่มีความสำคัญค่อนข้างเยอะมากๆ เลยทีเดียว โดยเฉพาะผู้นำที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่แล้วหากย้อนถอยหลังไปเป็นพันๆ ปี ส่วนมากก็จะเป็นประเทศหรืออาณานิคมที่มีความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เหตุเพราะผู้คนในยุคดังกล่าวที่มีอารยธรรมเป็นของตัวเองแล้วก็ได้มีการบันทึกเรื่องราวต่างๆ เอาไว้อย่างน่าสนใจ พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 ก็ถือว่าเป็นบุคคลประวัติศาสตร์สำคัญอีกคนหนึ่งที่ได้ถูกบันทึกประวัติเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน เรียนรู้ประวัติของพระเจ้าริชาร์ดที่ 1             พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ ทรงประสูติเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1700 ถือว่าเป็นพระโอรสที่ถูกต้องตามกฎหมายองค์ที่ 3 แห่งพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 ราชวงศ์อังกฤษ ทำให้ตั้งแต่วัยเด็กพระองค์ไม่เคยมีความคิดเลยว่าตนเองนั้นจะมีโอกาสได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์เองทรงเป็นพระราชโอรสคนโปรดของพระมารดาซึ่งก็คือ พระนางเอเลเนอร์แห่งอากีแตน ผู้ที่มีเชื้อสายของฝรั่งเศสอยู่ในตัวรวมถึงเป็นหนึ่งในสตรีผู้ที่มีความร่ำรวยมากที่สุดของยุโรปในยุคกลางด้วย พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กร่วมพระมารดาเดียวกับมารี เดอ ของ ปาญจ์ กับ อเล็กซิส แห่งฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังทรงเป็นพระอนุชาของวิลเลียม เคาท์ แห่งบัวติเยร์, เฮนรี่ยุวกษัตรย์ และมาทิลดา แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงเป็นพระเชษฐาของจอฟฟรี่ที่ 2 แห่งบริททานี่, เลโอนอรา แห่งอากิเตน, โจอาน ปลองตานเนต์ และ จอห์น แห่งราชวงศ์อังกฤษ             แม้พระองค์จะทรงประสูติที่พระราชวังโบมอนด์ อ็อกฟอร์ด อังกฤษ แต่พระองค์ก็ได้เลือกนำเอาฝรั่งเศสเป็นบ้านเกิดของตนเองในเวลาต่อมา จากการที่พระบิดากับพระมารดาได้แยกทางกันอย่างเป็นทางการทำให้พระองค์เองก็อยู่ในความเลี้ยงดูของมารดา พระองค์เองทรงเป็นผู้ที่มีพระปรีชาสามารถอย่างมากถือว่าเป็นผู้ที่มีการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถแต่งบทกวีเป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาโพรวองซ์ได้ มีรูปร่างหน้าตาดี ตาสีฟ้า ผมสีทอง สูงประมาณ 193 เซนติเมตร มีความสามารถทางทหาร การเมืองตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ได้รับการยกย่องบ่อยครั้งว่ามีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ สามารถควบคุมบุคคลชั้นสูงที่ไม่มีผู้ปกครองได้อย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา             พระองค์ได้ทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1732 – 1742 และมักถูกขนานนามว่า ริชาร์ดใจสิงห์ เหตุเพราะพระองค์ทรงถือเป็นวีรบุรุษของชาวชนบท เป็นผู้ที่บัญชากองทัพกลางในสงครามครูเสดครั้งที่ 3 มีชัยชนะเหนือ ซาลาดิน แต่ทรงไม่ยึดครองเยรูซาเล็ม ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1742

เซมโพรนิอุส เดนซุส ทหารหาญโรมันผู้กล้าในตำนาน

เซมโพรนิอุส เดนซุส ทหารหาญโรมันผู้กล้าในตำนาน

ขึ้นชื่อได้ว่าทหารนั้นถือไดว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวไม่กลัวตาย และเสียสละเพื่อส่วนรวม ทหารไทยของเราก็มีคำสัตย์ปฏิญาณไว้เพื่อแสดงถึงความเสียสละเพื่อชาติว่า “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์” และ “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” เรื่องราวความซื่อสัตย์เด็ดเดี่ยวและจงรักภักดีของเหล่าทหารหาญนี้เราเคยได้ยินกันมามากมาย ทั้งผ่านตัวหนังสือและถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ ตามข่าวสารต่าง ๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน วันนี้ เราจะพาทุกท่านย้อนอดีตกันสักหน่อย เพื่อไปรู้จักชายชาติทหารผู้หนึ่งซึ่งมีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ สละชีพเพื่อปกป้องเจ้านายของเขาอย่างไม่กลัวเกรงต่อสิ่งใด นั่นก็คือ เซมโพรนิอุส เดนซุส ทหารหาญชาวโรมัน ย้อนไปในอดีตเมื่อประมาณปี ค.ศ.68 กรุงโรมอยู่ในการปกครองของจักรพรรดิแนโร และมีความสับสนวุ่นวายแย่งชิงราชบัลลังก์กันจนทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุข เซอร์วิอุส ซัลพิซิอุส กาลบา ซึ่งเป็นแม่ทัพผู้คุมกองทัพของจักรพรรดิแนโร จึงได้ทำการรัฐประหารกรุงโรมแล้วสถาปนาตนขึ้นเป็นจักรพรรดิเสียเอง ในวันที่ 8 เดือนมิถุนายน ค.ศ. 68 โดยใช้ชื่อว่า จักรพรรดิกาลบา โดยถือเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 6 ในจักรวรรดิโรมัน โดยมีเซมโพรนิอุส เดนซุส เป็นทหารที่ได้รับหน้าที่เป็นองครักษ์ซึ่งรับหน้าที่ปกป้องคุ้มครองท่านจักรพรรดิกาลบานี้ หลังจากที่ขึ้นครองราชย์ได้ไม่ทันถึงปีก็เกิดการรัฐประหารเอาคืนท่านจักรพรรดิกาลบาเช่นกัน วันที่ 15 เดือนมกราคม ค.ศ. 69 เหล่าทหารโรมันกว่าพันคนได้รวมตัวกันและเดินทัพเข้าสู่เมืองเพื่อจะนำตัวของท่านจักรพรรดิไปสังหาร เซมโพรนิอุส เดนซุส เมื่อเห็นดังนั้นก็เดินไปตัวคนเดียวเพื่อไปห้ามแต่ทหารเหล่านั้นหาฟังไม่ อาวุธติดตัวของเขาในขณะนั้นมีเพียง Pugio ซึ่งเป็นมีดสั้น เขาดึงมันออกมาแล้ววิ่งเข้าหาทหารโรมันนับพันเหล่านั้นเพื่อต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัวทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอย่างไรเสียก็ต้องพ่ายแพ้อยู่แล้ว เขาใช้มีดสั้นปัดป่ายต่อสู้กับเหล่าทหารแต่สุดท้ายน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เซมโพรนิอุส เดนซุส ถูกจับตัวไว้และถูกสังหารทันทีในท่านั่งคุกเข่า หลังจากนั้นกองทัพทหารเหล่านั้นก็บุกเข้าสู่วังแล้วจับตัวท่านจักรพรรดิกาลบามาสังหาร ตัดหัวเสียบประจาน แล้วทำการแห่ไปรอบเมืองเพื่อให้ผู้คนสาปแช่ง สรุปแล้วจักรพรรดิกาลบาครองราชย์ได้ไม่ถึงปี สิริรวมพระชนม์มายุ 69 ปี เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้ผู้คนกล่าวขานและจารึกชื่อของ เซมโพรนิอุส เดนซุส ในฐานะทหารหาญผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดีและไม่กลัวเกรงต่อสิ่งใดแม้แต่ความตาย