Andabatae gladiator มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?

Andabatae gladiator มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?

การต่อสู้ Gladiator เป็นหนึ่งในกีฬาที่ชาวโรมันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดมีการสร้างสนามประลองไปทั่วมณฑลในจักรวรรดิโรมันเลยทีเดียว จักรพรรดินาม Vespasian เขาเคยเป็นขุนศึกหัวเมืองมาก่อน แน่นอนว่าย่อมรู้ใจชาวบ้านเป็นอย่างดีว่าพวกเขาชอบอะไร ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงรับสั่งให้สร้างสนามประลองขนาดยิ่งใหญ่ที่สุด ‘Colosseum’ ขึ้น ณ ใจกลางกรุงโรม โดยพระองค์ทรงเลือกสร้าง Colosseum เหนือตำหนักของ Nero เพื่อใช้เป็นสถานที่สร้างความบันเทิง ให้แก่พลเมืองชาวโรมัน นอกจากนี้ยังเป็นการสื่อให้เห็นว่า จักรพรรดิแห่งโรมได้คืนพื้นที่ของประชาชนให้แก่ประชาชนแล้วนั่นเอง ถึงแม้จะเรียกว่า Gladiator หาแต่ความจริงแล้วนักสู้ Gladiator ก็มีการจำแนกนักสู้ ออกเป็นประเภทต่างๆ เฉกเช่นการแบ่งรุ่นนักมวยตามน้ำหนักเหมือน ณ ปัจจุบัน โดยนักสู้เหล่านี้ไม่ได้มาจากทาสซะทุกคน หากแต่บางคนก็เป็นประชาชนที่เคยก่ออาชญากรรมมาก่อน บางคนก็เป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ต้องการเงินรางวัล ต้องการสร้างความร่ำรวยอย่างฉับพลันด้วยการเอาตัวเข้าแลก ส่วนบางคนก็มีภูมิหลังไม่ธรรมดา เช่น เป็นนักรบ , อดีตทหาร , นักสู้ แต่สำหรับบางก็มีคนที่เป็นบุคคลชั้นสูงมีหน้าตาในสังคม เพราะพวกเขาต้องการพิสูจน์ความกล้าหาญของตัวเองเพื่อสร้างชื่อเสียงและให้ผู้คนนับถือ โดยจุดเริ่มต้นของ Andabatae มาจากพวก Etruscan โดยพวก Etruscan ก็จะจัดให้ทาสมาฟันดาบประลองกันเพื่อสร้างความสนุกสนาน ทั้งในงานมงคล – อวมงคล ทำให้แขกที่มาร่วมงานเกิดความเพลิดเพลินใจ ทำนองเดียวกับการต่อยมวยหรือฟันกระบี่กระบองโชว์แสดงงานวัดของไทย ต่อมาเมื่อชาวโรมันสามารถขับไล่พวก Etruscan ออกไปได้แล้ว พวกเขาจึงได้รับอิทธิพลการละเล่นแบบนี้เข้ามาด้วย โดยเรียกพวกทาสนักสู้นี้ว่า ‘Gladiator’ แปลว่า ‘นักดาบ’ หรือ ‘Swordsman’ แต่อย่างไรก็ตามชาวโรมัน ก็ได้มีการปรับปรุงให้การละเล่น ‘Gladiator’ ให้มีความดุดันมากยิ่งขึ้น และยังมีการจำแนกทาสนักสู้ออกเป็นชนิดย่อยๆ และหนึ่งในนักสู้ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ ‘Andabatae gladiator’ Andabatae gladiator ทาสนักสู้ในความมืด Andabatae Gladiators เป็นหนึ่งใน Gladiators ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุด โดยนักสู้สมัยโบราณประเภทนี้ พวกเขาจะสวมหมวกกันน็อก และต้องปิดตาแน่น ซึ่งจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้ผู้ชมเกดความรู้สึกตื่นเต้น Andabatae มีหน้าที่ต่อสู้กับอาชญากระทบตัวต่อตัวด้วยดาบซึ่งเป็นเพียงอาวุธชิ้นเดียว บางครั้งพวกเขาจะสวมชุดเกราะและหมวกกันน็อกแบบไม่เจาะรูตรงตา บางครั้งนักสู้สมัยโบราณประเภทนี้ต่อสู้บนหลังม้า โดยทั่วไปแล้วพวกเขาเป็นอาชญากรเคราะห์ร้ายที่ต้องมาสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชม

Gladiator ก่อกำเนิดขึ้นได้อย่างไร

Gladiator ก่อกำเนิดขึ้นได้อย่างไร

Gladiator คือชื่อเรียกของนักสู้ติดอาวุธ ซึ่งมีหน้าที่ต่อสู้และสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชม ในยุคสมัยของจักรวรรดิโรมัน โดย Gladiator จำเป็นต้องใช้ทักษะการต่อสู้ ในการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง Gladiator อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า หรือนักโทษ โดย Gladiator ส่วนใหญ่เป็นทาสโตมาในสภาพแวดล้อมอันเสื่อมโทรม ซึมซับความรุนแรง หรือบุคคลผู้ถูกกีดกันจากสังคม หากแต่ก็มี Gladiator บางคนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป ซึ่งอาสาเสี่ยงชีวิตเข้าแข่งขันในสังเวียน ต้นกำเนิดการต่อสู้ของ Gladiator มีหลักฐานที่ทำให้นักโบราณคดีสันนิษฐานได้ว่า มีจุดเริ่มต้นมาจากการแข่งขันต่อสู้ในงานศพ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงสงคราม Punic เมื่อ 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช จนกระทั่งได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญ ทั้งทางการเมือง รวมทั้งทางสังคมของชาวโรมันอย่างแพร่หลาย จนส่งผลให้เกิดเกมต่อสู้ในกีฬาสาธารณะ การต่อสู้ของ Gladiator ดำรงอยู่มาถึงเกือบหนึ่งพันปี ได้รับความนิยมมากสุดในช่วง 100 ปีก่อนคริสต์ศักราช จนลากยาวมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 2 และเสื่อมความนิยมในคริสต์ศตวรรษที่ 5 อันเนื่องมาจากการที่จักรวรรดิโรมัน ประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำรัฐ ในปี ค.ศ. 380 Colosseum คือสนามการต่อสู้ที่ Gladiator ใช้ มีความใหญ่โตอันน่าตื่นตะลึง โดยมีโครงสร้างวงกลมรี 4 ชั้น สามารถแบ่งเป็น 2 ส่วน สำหรับส่วนบนเป็นระเบียงเปิด 3 ชั้น สร้างจากหินปูน ส่วนชั้นที่ 4 สร้างเป็นห้องสุดหรู มีหน้าต่างเว้นระยะห่าง 2 ห้องต่อ 1 ช่อง วัสดุสำคัญซึ่งนำมาใช้ในการก่อสร้าง คือ เสาหลักที่สร้างด้วยหินปูนอันสุดแข็งแกร่ง หากแต่เสาทั่วไปสร้างด้วยหินปูนแบบพรุนและอิฐ พื้นกับกำแพงสร้างด้วยกระเบื้อง อีกทั้งเพดานทรงโค้งทีอยู่ภายในอาคารสร้างจากปูนซีเมนต์ จากวัสดุเหล่านี้ จึงทำให้ Colosseum มีความแข็งแรง ทนทานสูง ยืนหยัดข้ามกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน นอกจากจะเป็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่โตซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 1,900 ปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักประวัติศาสตร์ตกตะลึง ก็คือ ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 10 ปีเท่านั้น และจากความสามารถทางการก่อสร้าง บวกกับเครื่องไม้เครื่องมือในสมัยนั้น ไม่น่าจะสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่สามารถจุผู้คน 5 หมื่นคนขึ้นไป ได้อย่างรวดเร็วเท่านี้ Read more »

ความลับความแข็งแกร่งของสปาร์ตา

ความลับความแข็งแกร่งของสปาร์ตา

ใครที่ชื่นชอบหนังทำสงคราม หรือหนังในยุคกรีก โรมันเป็นทุน ต้องรู้จักเหล่านักรับสุดแข็งแกร่งกว่าใครในยุคนั้นอย่าง พวกสปาร์ตา อย่างแน่นอน ใครไม่รู้จักความแข็งแกร่งของกองทัพเหล่านี้แนะนำว่าไปหาหนังเรื่อง 300 มาดูซะ แล้วเราจะอึ้งในความแข็งแกร่งระดับสุดยอดนักรบของพวกเค้า ความแข็งแกร่งของพวกเค้าถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์มากมายจนหลายคนเคยสงสัยไหมว่า เบื้องหลังความแข็งแกร่งของพวกนักรบสปาร์ตาเหล่านี้คืออะไร แนวคิดความแข็งแกร่ง ความแข็งแกร่งของชนเผ่าสปาร์ตานั้น ไม่ได้เกิดจากร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันถูกปลูกฝังมาจากแนวคิดเลยก็ว่าได้ ทุกคนมีแนวคิดเรื่องความแข็งแกร่งกันทุกคน ทุกคนต่างต้องทำให้บุคคลในครอบครัวของตัวเองไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงนั้น แข็งแกร่งอยู่เสมอ ไม่งั้นจะถูกโบย ถูกลงโทษ และถูกขับออกจากเมืองได้ เพื่อไม่ให้เกิดความอับอายแก่วงศ์ตระกูล ทุกบ้างจึงมีแนวคิดสร้างความแข็งแกร่งให้กับลูกหลานของตัวเองอยู่เสมอ การหล่อหลอมความแข็งแกร่ง จากแนวคิดสร้างความแข็งแกร่งดังกล่าว นั่นทำให้การเลี้ยงดูบุตรของชาวสปาร์ตานั้นค่อนข้างโหดร้ายเอาเรื่องเลยทีเดียว เริ่มจากพวกเค้าจะให้เด็กอาบน้ำจากไวน์แทนน้ำธรรมดาเพื่อให้เด็กเกิดความหนาวเหน็บและฝึกความอดทนไปในตัว พอเด็กอายุได้ 7 ขวบจะถูกส่งเข้าหลักสูตรการฝึกที่ชื่อว่า อะโกเก ในนั้นทุกคนจะถูกฝึก ถูกเคี่ยวเข็ญ ทางด้านร่างกาย ฝึกอาวุธไม่ว่าจะเป็น ดาบ ธนู แหลน เพื่อสร้างเป็นนักรบให้เหนือนักรบด้วยกัน อีกทั้งยังมีการฝึกการเอาตัวรอดไม่ว่าจะเป็นการล่ากวาง การพรางตัว และอีกมากมาย หากใครทำไม่ได้ ไม่ผ่านก็จะถูกลงโทษอย่างหนักเพื่อให้หลาบจำ การต่อสู้กันเองเพื่อคัดเลือกผู้แข็งแกร่ง ในหลักสูตร อะโกเก นั้นมีกิจกรรมอยู่อย่างหนึ่งที่คัดสรรให้นักรบสปาร์ตา แข็งแกร่งมากขึ้น นั่นคือการยั่วยุ ปลุกปั่น ให้เกิดการสู้กันเอง เมื่อเด็กเข้าเรียนไปสักพักแล้วจะถูกอาจารย์ รุ่นพี่ หรือ เด็กที่โตกว่า พูดยุยงเพื่อให้เด็กๆสู้กันเอง เพื่อมองหาผู้ชนะ หากใครเป็นฝ่ายชนะก็จะได้รับเสียงชื่นชม ส่วนผู้แพ้ก็จะโดนลงโทษซ้ำเติม แล้วก็จะถูกเยาะเย้ยจากผู้หญิงอีกด้วย ทำเช่นนี้เพื่อกดดันให้ผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็นนักรบสปาร์ตาให้ได้ จิตใจแห่งความไม่ยอมแพ้ ด้วยการฝึกฝนร่างกายและจิตใจอย่างข้นคลั่กตั้งแต่เด็กจนโต ทำให้ชาวสปาร์ตาทุกคนรัก และจงรักภักดีต่อประเทศชาติแบบสุดๆ พวกเค้าจะทำหน้าที่การเป็นทหารอย่างเต็มที่ให้สมกับได้รับการเลี้ยงดูปลูกฝังมาอย่างนั้น จิตใจของพวกเค้าแข็งแกร่งมาก พวกเค้าจะไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใดๆก็ตาม หากรบแพ้พวกเค้าขอตายในสนามรบดีกว่าจะกลับบ้าน ด้วยความแข็งแกร่งทั้งทางด้านจิตใจ การเลี้ยงดู ไม่แปลกใจเลยทำไม่ทหารสปาร์ตาในเรื่อง 300 จึงแข็งแกร่งเหนือสุดยอดนักรบใด