โจนออฟอาร์ค วีรสตรีผู้ที่กอบกู้ฝรั่งเศส

“โจนออฟอาร์ค” หรือ “นักบุญโจนออฟอาร์ค” เป็นที่รู้จักในฐานะวีรสตรีผู้กอบกู้ฝรั่งเศสและถูกยกย่องให้เป็นนักบุญแห่งนิกายโรมันคาทอลิก เธอเกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ.1412 ณ หมู่บ้านโดมเรมี ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือประเทศฝรั่งเศส บริเวณชายแดนเขตอำนาจของมกุฎราชกุมารกับฝ่ายเบอร์กันดีที่อยู่ข้างอังกฤษ โจนคือลูกชาวนาคนหนึ่งที่ได้ใช้ชีวิตในช่วงยุคกลางของฝรั่งเศส สมัยที่ประเทศแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ท่ามกลางความขัดแย้งของทั้งสองฝั่ง ระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษ ขณะมีอายุประมาณ 13 ปี โจนอ้างว่าเธอเริ่มได้รับเสียงสวรรค์จากพระเจ้า ด้วยการเป็นผู้ถูกเลือกให้ทำการขับไล่ศัตรูให้ออกไปจากบ้านเกิด พร้อมกับสนับสนุนช่วยเหลือมกุฎราชกุมารชาลส์ได้ขึ้นครองราชย์

จนกระทั่งโจนมีอายุครบ 16 ปี ในช่วงเดือนมกราคม ค.ศ.1429 โจนได้เดินทางออกจากหมู่บ้านโดมเรมี ไปยังวูคูเลอร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพเหล่าทหารที่ภักดีต่อชาลส์ที่ใกล้ที่สุด เพื่ออยากเข้ากองทัพร่วมรบด้วย และด้วยความศรัทธาบวกกับบุคลิกที่แน่วแน่ จึงส่งผลให้บรรดาทหารยอมรับ พร้อมให้เธอเดินทางไปด้วยในที่สุด เพื่อเข้าเฝ้าชาลส์ หลังจากได้มีโอกาสเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมารชาลส์แล้ว ทางโจนก็ได้ตรัสความตั้งใจที่มีอย่างแรงกล้ากับพระองค์ไปว่า เธอต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการออกรบต่อสู้กับกองทัพอังกฤษ รวมถึงยังสัญญาว่าจะทำให้ชาลส์ได้ประกอบพิธีราชาภิเษกที่เมืองแร็งส์ จนขึ้นสู่ตำแหน่งกษัตริย์อย่างชอบธรรมให้สำเร็จ และแล้วชาลส์ก็ยินยอมมอบกำลังทหารกองเล็กๆให้กับเธอไปพิชิตเมืองออร์เลอ็องในที่สุด

เมื่อโจนกับกองทหารเดินทางมาถึงเมืองออร์เลอ็อง ด้วยกำลังเสริมจำนวนหนึ่งที่นำมาสมทบบวกกับเสบียงอาหาร มันได้ช่วยสร้างแรงกระตุ้น สร้างกำลังใจแก่กองทัพพันธมิตรของฝรั่งเศสได้ดีอย่างมาก โดยโจนได้ถือธงชัยนำทัพออกรบหลายครั้ง ในตอนแรกอาจจะยังไม่เป็นผลสำเร็จ แต่สุดท้ายฝ่ายทัพอังกฤษก็ต้องเสียท่า ถอยทัพออกจากเมืองไป หลายสัปดาห์ให้หลังโจนพากองทัพฝรั่งเศสคว้าชัยเหนือกองทัพอังกฤษอย่างต่อเนื่อง โดยในการทำสงครามทุกครั้ง แม้เธอจะไม่ได้เข้ารบถึงขั้นตะลุมบอลระยะประชิดกับฝ่ายข้าศึก แต่เธอจะเป็นผู้วางแผนการรบ เสนอวิธีแก้ปัญหา รวมถึงยังช่วยบริหารจัดการภายในกองทัพ ที่สำคัญสุดคือการถือธงสร้างขวัญกำลังใจให้ทัพฝรั่งเศส

โจนออฟอาร์ค

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1429 ทางชาลส์และโจนได้เดินทางไปยังแร็งส์ ก่อนที่วันต่อมาชาลส์จะได้ประกอบพิธีราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสในที่สุด หลังจากนั้นช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีค.ศ.1430 กษัตริย์ชาลส์ที่ 7 ได้มีคำสั่งให้โจนมุ่งสู่เมืองคองเพียญน์ทำศึกกับกองทัพเบอร์กันดี แม้ว่าเธอจะสามารถขับไล่ข้าศึกไปได้ถึง 2 ครั้ง 2 คราด้วยกัน แต่ผลสุดท้ายในวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ.1430 โจนก็ถูกกองทัพฝ่ายเบอร์กันดีจับตัวเอาไว้ และพาไปยังปราสาทรูอ็อง เพื่อพิจารณาคดี เธอถูกบังคับข้อกล่าวมากถึง 70 ข้อ ซึ่งหนึ่งในข้อกล่าวหาที่สำคัญที่สุดจากทั้งหมด ก็คือ การแต่งตัวเป็นผู้ชาย,เป็นพวกนอกรีต ด้านกษัตริย์ชาลส์ที่ 7 ก็ไม่ได้พยายามเจรจาให้ปล่อยตัวโจนแต่อย่างใด เพราะมีเหตุผลเกี่ยวกับกำลังพยายามหาข้อตกลงในการสงบศึกกับฝ่ายเบอร์กันดี

โจนถูกจำจองเป็นเวลาหนึ่งปี กระทั่งในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1431 เธอได้ยอมลงนามรับคำสารนามว่า ไม่เคยรับเสียงสรรค์จากพระเจ้า ถัดมาไม่กี่วันโจรได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดและท้าทายอย่างมหันต์ ด้วยการนำเสื้อผ้าของผู้ชายมาใส่อีกครั้ง ส่งผลให้เธอโดนประหารชีวิต โจนถูกนำไปเผากลางตลาดต่อหน้าฝูงชนเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ.1431 การตายของเธอในครั้งนี้ จากเดิมที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว ก็ทำให้เธอยิ่งเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นไปอีกทั่วโลก ผ่านมา 20 ปีให้หลัง กษัตริย์ชาลส์ที่ 7 ทำการสั่งให้รื้อคดีของโจนขึ้นมาสอบสวนใหม่อีกครั้ง สุดท้ายทางคณะไต่สวนซึ่งพิจารณาคดีระหว่างปี 1455-1456 ได้มีคำสั่งยกเลิกคำตัดสินเดิมของปีค.ศ.1431 หลังจากนั้นในปีค.ศ.1920 ก็ได้มีการยกย่องให้โจนกลายเป็นนักบุญแห่งคริสตจักรคาทอลิก จากการประกาศของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 15